โปรเจคเว็บไซต์เบิกจ่ายยืม-คืนและตรวจสอบทรัพยากรด้วยบาร์โค้ด

ID: R720

2,800 บาท

เหมาะสำหรับ: ทุกระดับชั้น

แพลตฟอร์ม: ระบบออนไลน์ / เว็บไซต์


ขอบเขตของระบบ

1    ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลหน่วยงานได้

2    ผู้ดูแลระบบสามารถกำหนดสิทธ์ให้ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานได้

3    ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการข้อมูลของระบบได้

4    ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานสามารถจัดการประเภททรัพยากรได้

5    ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานสามารถจัดการข้อมูลของทรัพยากรได้

6    ระบบสามารถสร้างบาร์โค๊ดให้ทรัพยากรได้

7    ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานสามารถทำรายการเบิกจ่ายยืมคืนทรัพยากรให้กับผู้ใช้  ได้

8    ผู้ดูแลระบบของหน่วยงานสามารถกำหนดสิทธิ์ให้ผู้ใช้ในหน่วยงานได้

9    ระบบสามารถพิมพ์ใบเบิกจ่าย และยืมคืนต่างๆได้

10   ระบบสามารถพิมพ์บาร์โค๊ดของทรัพยากรได้

   11   ระบบสามารถตรวจสอบการเข้าใช้งานของผู้ใช้ผ่านระบบพิสูจน์ตัวตนได้

12   ผู้ใช้สามารถสืบค้น ข้อมูลทรัพยากรผ่านระบบได้

13   ผู้ใช้สามารถดูประวัติการเบิกทรัพยากรได้

14   ผู้ใช้สามารดูประวัติการยืม คืนของทรัพยากรได้

     

1.4  <!--[endif]-->  ทรัพยากรที่ใช้ในการจัดทำโครงงาน

    1.4.1  ฮาร์ดแวร์

        1.4.1.1    คอมพิวเตอร์

          -   หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) Intel Core i5-2500K

          -    หน่วยความจำหลัก (RAM) 4 GB

          -   หน่วยความจำสำรอง (Hard disk) 1TB

      1.4.1.2   เครื่องพิมพ์ Epson ME 32

   1.4.2  ซอฟต์แวร์

1.4.2.1   Macromedia Dreamweaver 6

1.4.2.2     MySQL 5.0.51b

1.4.2.3    Microsoft Windows 7 Enterprise

1.4.2.4    Apache Web Server Version 2.2.8

1.4.2.5   PHP Script Language Version 5.2.6

   การพัฒนาโครงงานระบบจัดการทรัพยากร ต้องศึกษาความต้องการของระบบและข้อมูลด้านวัสดุเพื่อบ่งบอกถึงลักษณะ และประเภทของวัสดุที่ถูกต้อง

 

2.1  ความหมายของการยืม

    การขอสิ่งของมาใช้ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วคืนให้หรือใช้คืนในทางกฎหมายเป็นสัญญาประเภทสัญญามีชื่อ ซึ่งบุคคลฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "ผู้ให้ยืม" ส่งมอบทรัพย์สินของตนให้แก่บุคคลอีกฝ่ายหนึ่ง เรียกว่า "ผู้ยืม"เพื่อให้ผู้ยืมใช้สอย และผู้ยืมจะได้คืนทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ให้ยืมเมื่อเขาใช้สอยเสร็จแล้ว

 

2.2  ความหมายของการเบิกจ่าย

    การขอสิ่งของมาใช้โดยที่ไม่ต้องคืน แต่มีการลงลายลักษณ์อักษรว่าผู้เบิกได้นำสิ่งของนั้นไป

 

2.3  ประเภทของวัสดุ

    วัสดุสามารถแบ่งเป็นแต่ละประเภท และวัสดุที่ใช้ส่วนใหญ่มีดังนี้

    2.3.1  วัสดุสิ้นเปลือง เช่น กระดาษ ดินสอ กาว ไม้บรรทัด แบบพิมพ์ เป็นต้น

   2.3.2  วัสดุเบิกจ่าย เช่น คอมพิวเตอร์ แป้นพิมพ์ เมาส์ เป็นต้น

    2.3.3  วัสดุยืมคืน เช่น โปรเจคเตอร์ ไมโครโฟน กล้อง เป็นต้น

 

2.4  ขั้นตอนการยืมวัสดุ

    2.4.1  เมื่อผู้ใช้ต้องการยืมวัสดุจะต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่ และบอกชื่อวัสดุที่ต้องการยืมกับเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อนำระบบจัดการวัสดุมาใช้ผู้ที่ต้องการยืมวัสดุไม่ต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่และผู้ใช้สามารถตรวจสอบยอดวัสดุที่มีอยู่ได้

    2.4.2  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัสดุว่ามีหรือไม่ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเดินไปตรวจสอบยอดวัสดุว่าวัสดุชิ้นนั้นมีหรือไม่ ทำให้ลดขั้นตอนการทำงาน และทราบข้อมูลยอดคงเหลือที่ถูกต้อง

    2.4.3  เมื่อทราบว่าวัสดุมีให้ยืมเจ้าหน้าที่จะนำเอกสารการยืมให้ผู้ยืมได้กรอกข้อมูลการยืมเมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องนำเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานมาให้ผู้ใช้กรอกข้อมูล แต่จะเป็นวิธีการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้และทำรายการให้กับผู้ใช้ในระบบแทนหรือผู้ใช้จะทำรายการไว้ก่อนเพื่อที่จะรอการอนุมัติการยืม

    2.4.4  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในเอกสารประกอบการยืมวัสดุ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการทำรายการในระบบได้โดยไม่ต้องใช้เอกสาร และทำการอนุมัติได้ทันที

    2.4.5  ผู้ยืมรับวัสดุที่เจ้าหน้าที่

 

2.5  ขั้นตอนการคืนวัสดุ

    2.5.1  เมื่อผู้ใช้ต้องการคืนวัสดุจะต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่ และบอกความประสงค์กับเจ้าหน้าที่

    2.5.2  เจ้าหน้าที่ค้นหาเอกสารการยืมของผู้ใช้ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่ค้นหาการทำรายการการยืมของผู้ใช้ผ่านระบบได้ทันที

    2.5.3  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัสดุว่ามีครบตามที่ยืม ตรวจสอบความสมบูรณ์วัสดุ และกรอกหมายเหตุต่างๆได้

    2.5.4  เจ้าหน้าที่อนุมัติยืนยันการรับวัสดุคืนโดยลงรายมือชื่อที่เอกสารประกอบการยืม-คืนวัสดุ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่สามารถอนุมัติการคืนผ่านระบบได้ทันที

 

2.6  ขั้นตอนการเบิกจ่ายวัสดุ

    2.6.1  เมื่อผู้ใช้ต้องการยืมวัสดุจะต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่ และบอกชื่อวัสดุที่ต้องการเบิกกับเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อนำระบบจัดการวัสดุมาใช้ผู้ที่ต้องการเบิกวัสดุไม่ต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่และผู้ใช้สามารถตรวจสอบยอดวัสดุที่มีอยู่ได้

    2.6.2  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบวัสดุว่ามีหรือไม่ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องเดินไปตรวจสอบยอดวัสดุว่าวัสดุชิ้นนั้นมีหรือไม่ ทำให้ลดขั้นตอนการทำงาน และทราบข้อมูลยอดคงเหลือที่ถูกต้อง

    2.6.3  เมื่อทราบว่าวัสดุมีให้เบิกเจ้าหน้าที่จะนำเอกสารการยืมให้ผู้ยืมได้กรอกข้อมูลการเบิก เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่ไม่ต้องนำเอกสารที่ใช้เป็นหลักฐานมาให้ผู้ใช้กรอกข้อมูล แต่จะเป็นวิธีการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้และทำรายการการเบิกให้กับผู้ใช้ หรือผู้ใช้จะทำรายการการเบิกไว้ก่อนเพื่อที่จะรอการอนุมัติการเบิกจากเจ้าหน้าที่

    2.6.4  เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลในเอกสารประกอบการเบิกวัสดุ เมื่อนำระบบมาใช้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบการทำรายการในระบบได้โดยไม่ต้องใช้เอกสาร และทำการอนุมัติได้ทันที

    2.6.5  ผู้เบิกรับวัสดุที่เจ้าหน้าที่

 

2.7  ขั้นตอนการค้นหาข้อมูลของวัสดุ

    เมื่อผู้ใช้ต้องการค้นหาวัสดุที่มีจะต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่ และบอกชื่อวัสดุที่ต้องการทราบกับเจ้าหน้าที่ โดยเมื่อนำระบบจัดการทรัพยากรมาใช้ผู้ที่ต้องการค้นหาวัสดุไม่ต้องเดินไปหาเจ้าหน้าที่และผู้ใช้สามารถตรวจวัสดุผ่านระบบที่มีอยู่ได้

 

2.8  ประโยชน์ของเครื่องใช้สำนักงาน

    เครื่องใช้สำนักงานให้ประโยชน์แก่หน่วยงานสำนักงานเป็นอย่างมาก พอจะสรุปได้ดังนี้

2.8.1  ช่วยให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยงานที่ผลิตได้นั้นจะแลดูเป็นระเบียบอ่านง่ายชัดเจน มีประสิทธิภาพ

2.8.2  ช่วยลดต้นทุน และค่าใช้จ่ายงานเอกสารที่ทำได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดต้นทุนในการผลิตลง

2.8.3  ช่วยให้เกิดความสวยงามงานที่ผลิตด้วยเครื่องใช้สำนักงาน ย่อมดูดีกว่างานที่ผลิตด้วยมือ มีความสม่ำเสมอและจัดได้อย่างมีระเบียบ

2.8.4  ช่วยในการควบคุมและตรวจทานงานบางอย่างอาจลดการตรวจทานลงไปได้ เช่น การใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการคำนวณ การพิมพ์เช็คให้ลูกค้า จะเสียเวลาในการตรวจทานครั้งแรกเพียงครั้งเดียว