แอพพลิเคชั่นตู้ยาประจำบ้าน

ID: R724

3,200 บาท

เหมาะสำหรับ: ป.ตรี

แพลตฟอร์ม: แอพพลิเคชั่นมือถือแอนดรอยด์


แอพพลิเคชั่นตู้ยาประจำบ้าน เครื่องมือที่ใช้ ดังนี้
 
 
Software ภาษาที่ใช้เขียน
- HTML
- CSS
- JavaScript
 
โปรแกรมที่ใช้ในการพัฒนา
- Adobe Illustrator cs6
- Adobe Photoshop cs6
- Visual Studio Code
- Application Ionic View
 
ระบบฐานข้อมูลที่ใช้
- SQLite
- Firebase
 
 
 
ทฤษฎี หลักการ และงานที่เกี่ยวข้อง
 
2.1 ยา ( Medicine, Drug )
 
ยาแบ่งออกเป็ น9 ประเภท ตามพระราชบัญญัติยา ฉบับที่5พุทธศักราช2530 ดังนี ้
 
1) ยาแผนปัจจุบันหมายถึง ยาที่ใช้ส าหรับใช้ประกอบวิชาเวชกรรม
 
2) ยาแผนโบราณ หมายถึง ยาที่ใช้ส าหรับประกอบโรคศิลป์ แผนโบราณ ซึ่งอยู่ในต าราแผนโบราณที่ รัฐมนตรีประกาศเป็นยาโบราณ
 
3) ยาอันตรายหมายถึง ยาปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นยาอันตราย
 
4) ยาควบคุมพิเศษหมายถึง ยาปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นยาควบคุม พิเศษ
 
 
5) ยาสามัญประจ าบ้านหมายถึง ยาปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่รัฐมนตรีประกาศให้เป็นยาสามัญ ประจ าบ้านสามารถใช้ได้เลย ไม่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์
 
6) ยาสมุนไพรหมายถึง ยาที่ได้จากพืช สัตว์ แร่ ที่ไม่ได้นำไปปรุงแต่งใดๆ
 
7) ยาบรรจุเสร็จหมายถึง ยาแผนปัจจุบันที่ผลิตขึ ้นเสร็จในรูปแบบต่างๆทางเภสัชกรรม มีบรรจุหีบ ห่อปิดไว้ และมีฉลากครบถ้วน
 
8) ยาใช้ภายนอกหมายถึง ยาปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่ใช้ส าหรับภายนอกร่างกาย เช่น ถู ทา
9) ยาใช้เฉพาะที่หมายถึง ยาปัจจุบันหรือยาแผนโบราณที่ใช้ได้เฉพาะที่ตามที่ระบุในฉลากเท่านั ้น
 
ยาสามัญประจ าบ้าน คือยาที่กระทรวงสาธารณสุขได้พิจารณาคัดเลือกว่าเป็นยาที่เหมาะสมที่
จะให้ประชาชนหาซื ้อมาใช้ได้ด้วยตนเอง เพื่อการดูแลรักษาอาการเจ็บป่ล็กๆน้อยๆวเ ที่มักจะเกิดขึ ้นได้
ยาสามัญประจ าบ้านจัดว่าเป็นยาที่มีความปลอดภัยอย่างสูง หากประชาชนใช้ยาได้อย่างถูกต้องก็จะไม่
 
อันตรายเกิดขึ ้น ประกอบกับยาดังกล่าวมีราคาย่อมเยา ประชาชนสามารถหาซื ้อได้ทั่วไปตามร้ านขายยา
 
ศูนย์การค้ามีขายทั ้งในเมืองและตามชนบทก็เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีความต้องการให้ยาสามัญทั้งนี
ประจ าบ้าน ได้กระจายไปถึง ประชาชนทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนดูแลตนเองได้อย่างทั่วถึง จึงไม่บังคับ
 
ต้องขายยาสามัญประจ าบ้านในร้ านขายยาเหมือนยาอื่นๆยาสามัญประจมีทัาบ้าน้งยาแผนปัจจุบันและ ยาแผนโบราณ
 
ยาสามัญประจ าบ้านมีทั ้งหมด53ชนิด นำมาใช้กับโรคหรืออาการของโรคได้16กลุ่ม ยาสามัญ
ประจ าบ้านอาจมีชื่อทางการค้า หรือยี่ห้อแตกต่างกัน ขึ ้นอยู่กับผู้ผลิตแต่ละรายจะตั ้งชื่อยาของบ
อย่างไร แต่ควบคู่ไปกับชื่อการค้า จะต้องมีชื่อยาตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขข้อสังเกตอีกประการก็
 
คือ ฉลากของยาสามัญประจ าบ้านจะต้องมีค"ยาสามัญประจาว่า าบ้าน" อยู่ในกรอบสีเขียว”
 
7
 
 
วิธีการใช้ยาที่ถูกต้องและปลอดภัย
 
การใช้ยาให้ถูกต้องนั้น ผู้ที่จะใช้ยาควรมีความรู้พื้นฐานเก่ียวกบการใช้ัเพื่อให้ได้ผลในการรักษา เต็มที่และเกิดผลเสียจากการใช้ยาน้อยที่สุด โดยมีหลักวาจะต้องใช้ยาให้ถูกก่บโรคั ถูกกบคนั (เด็ก ผู้ใหญ่ หญิงตั้งครรภ์เป็นต้น) และใช้ยาให้ถูกเวลา ถูกวิธีและถูกขนาด ดังนี้
 
1. ใช้ยาให้ถูกโรค หรือถูกขนาน่ใช้ยาบาบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดขึ้น ควรศึกษาก่อนวา่ อาการนั้นเกิดจากสาเหตุใด และควรใช้ยาขนานใดให้ตรงกบการแกัปัญหาหรือสาเหตุนั้้น เช่น ปวดท้อง เป็น เพราะท้องผูกหรือท้องเสีย หรืออาหารไม่ยอย่ เป็นต้น การใช้ยาแกปวดท้องจากสาเหตุต้่างๆ ซึ่งไม่ เหมือนกนั
 
2. ใช้ยาให้ถูกกบบุคคลั ปฏิกิริยาการตอบสนองต่อยาในแต่ละบุคคลจะต่างกนั โดยเฉพาะต่างเพศ หรือต่างวัย เด็กและคนชราจะตอบสนองต่อยาไวกวาวัยกลางคน่ ยาบางชนิดใช้ได้กบสตรีเทั่านั้น ยาบาง ชนิดห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์และเด็ก ดังนั้นจึงไม่ควรนายาของบุคคลหนึ่งมาใช้กบอีกบุคคลหนึ่งที่ตั่างเพศต่าง วัยกนั หากจาเป็นต้องศึกษาจากผู้รู้ก่อน
 
3. ใช้ยาให้ถูกขนาด ให้ตรงกบขนาดที่ระบุเทั่านั้น สาหรับการใช้ยาต้านจุลชีพ ไม่วาจะเป็นยา่ ภายในหรือยาภายนอก จะต้องใช้อยางต่่อเนื่อง สม่าเสมอจนกวายานั่้นหมด สาหรับการลืมรับประทานยา ให้
 
รีบรับประทานขนาดเดิมทันทีเมื่อนึกได้โดยไม่ต้องเพิมขนาดยา่ การใช้ยาน้ารับประทาน ควรใช้ช้อนตวง มาตรฐานที่ให้มกบยาเทั่านั้น
 
4. ใช้ยาให้ถูกเวลา่วงห่างของเวลาใละครั้ง ควรมีระยะเท่าๆ กนั อยางเช่่น ใช้ยาทุก 4 ชัวโมง่ เพื่อให้ระดับยาในเลือดสม่าเสมอ ไม่ต่าเกินไปคงที่และมีการกาหนดวาเป็นยาก่่อนหรือหลังอาหารด้วย
 
•'ยาก่อนอาหาร' ต้องรีบประทานยานั้นก่อนอาหารครึ่งชัวโมง่ ถึง 1 ชัวโมง่ จุดมุ่งหมายให้ รับประทานยานั้นตอนท้องวาง่ จะช่วยในการดูดซึมยาผานผนังกระเพาะอาหารเข้าสู่่เส้นเลือด ได้ดีนอกจากนี้ยาบางประเภท เช่น ยาปฏิชีวนะจะถูกทาลายได้ง่าย โดยน้ายอยอาหารที่หลั่ง่ ออกมาโดยอัตโนมัติเมื่อเริ่มรับประทานอาหาร เป็นต้น
 
•'หลังอาหาร' จะรับประทานยานั้นภายหลังการรับประทานอาหารไปแล้วนานเท่าใดก็ได้เช่น รับประทานยานั้นหลังจากเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารทันทีหรือ 15 นาทีไปแล้วก็ได้ แสดงวายานั่้นไม่มีผลเสียต่อกระเพาะอาหาร และอาหารไม่มีผลต่อยานั้น แต่ถ้าระบุวา่ 'หลัง อาหารทันที'จะต้องรับประทานยานั้นหลังเสร็จสิ้นการรับประทานอาหารทันทีเท่านั้น เนื้อง จากยานั้นมีฤทธิ์กดกรั่อนผนังกระเพาะ ซึ่งจาเป็นต้องใช้อาหารเป็นเกราะกาบังไว้มิให้ยา สัมผัสกบผนังโดยตรงั
 
•'หลังอาหาร1-2 ชัวโมง่' การรับประทานยาเคลือบผนังกระเพาะอาหารหรือยาลดกรด เพื่อ
 
รักษาแผลในกระเพาะอาหา ควรรับประทานหลังอาหารไปแล้วประมาณ1-2 ชัวโมง่ หรือ
ก่อนอาหาร 1 ชัวโมง่ เพื่อให้ยานี้ทาหน้าที่ได้อยางเต็มที่โดยไม่่มีอาหารเป็นเครื่องกีดขวาง
 
8
 
 
• การับประทานยาระบายแกท้องผูก้ ยานั้นจะออกฤทธิ์หลังจากรับประทานเข้าไปแล้ว 6-8
 
ชัวโมง่ ดังนั้นหากต้องการให้เกิดการถ่ายอุจจาระในตอนเช้า จะต้องรับประทานยานี้ก่อน นอน
 
• การรับประทานยาแกอาเจียน้ แกปวดท้อง้ มักนิยมให้รับประทานก่อนอาหารเป็นเวลา ประมาณ 20-30 นาทีเพื่อมิให้เกิดอาการเมื่อเริ่มรับประทานอาหารเข้าไป
 
• การรับประทานยาขับปัสสาวะ มักใช้ในโรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดปริมาณน้าในร่างกาย ซึ่งจะมีผลให้ความดันโลหิตลดลง นิยมให้มื้อเช้าหรือกลางวันเท่านั้น เนื่องจากถ้าให้มื้อเย็น จะทาให้คนไข้ต้องตื่นกลางดึกเพื่อลุกขึ้นมาปัสสาวะ\
 
 
2.2 สมาร์ทโฟน
 
คือ โทรศัพท์มือถือที่นอกเหนือจากใช้สาหรับโทรออกและรับสายนั้น ยังมีแอพพลิเคชันให้ใช้่
งานมากมาย สามารถรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตผาน่ 3G, Wi-Fi และสามารถใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คและ
 
แอพพลิเคชันสนทนาชั่้นนา เช่น LINE, YouTube, Facebook, Twitter โดยที่ผู้ใช้สามารถป ับแต่งลูกเล่น การใช้งานสมาร์ทโฟนให้ตรงกบความต้องการได้มากกวัามือถือธรรมดา่ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ นิยม ผลิตสมาร์ทโฟนที่มีหน้าจอระบบสัมผัส,ใกงถ่ายรูปที่มีความละเอียดสูง, ออกแบบดีไซน์ให้สวยงาม และทันสมัย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
มีประชากรชาวไทยในประเทศทั้งหมด 68 ล้านคนจากผลสารวจ พบวาในปัจจุบันมีผู้ใช้งาน่ อินเตอร์เน็ต และSocial Media คิดเป็ น56% ของคนไทยทั้งประเทศ และมีผู้ใช้งานSocial Media ผานมือ่
 
9
 
 
ถือ34 ล้านคน คิดเป็50%น ของประชากร ทำให้ทราบถึงความนิยมในการใช้งานอินเตอร์เน็ตและโซเซียล ผานทางสมาร์ทโฟนมากขึ่้น
 
 
 
2.4 เครื่องมือที่ใช้ในการทำระบบ
 
2.4.1 Visual Studio
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โปรแกรม Visual Studio Code เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ใช้ในการเขียนโปรแกรม เขียนโค้ดSource-(
 
Code Editor) ในภาษา วิสชวลสตูดิโอVisual( Studio) จากทางค่ายไมโครซอฟท์Microsoft( Corp) ประเทศสหรัฐอเมริกา ผู้พัฒนาระบบปฏิบัติการWindows นั่นเอง
 
โปรแกรม Visual Studio Code ตัวนี ้ถูกพัฒนาให้มีความสามารในการร่วมใช้งานได้กับทุก แพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น ผู้ใช้วินโดวส์Windows)( แมคโอเอส (Mac OS) หรือแม้แต่ลีนุกซ์Linux(
 
OS) โดยภายในโปรแกรม Visual Studio Code ตัวนี ้ก็ประกอบไปด้วยเครื่องมือช่วยเหลือ อ านวยความ สะดวก ส าหรับผู้พัฒนา ในการพัฒนาโปรแกรมภาษาVisual Studio อย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นการช่วย
 
ตรวจสอบไฟล์จาว่าสคริปต์JavaScript( Validator) การดูตัวอย่างสีColor( Preview) ส าหรับการใช้งาน ร่วมกับไฟล์CSS HTML5 VS และอื่นๆ พร้ อมระบบการช่วยค้นหาคำต่างๆ ที่อยู่ด้านในไฟล์ซอสโค้ด ได้ อย่างละเอียด พร้ อมก าหนดเงื่อนไขการค้นหาต่างๆ ได้มากมาย
 
10
 
 
นอกจากนี ้ โปรแกรมVisual Studio Code ยังมีคำแนะนำ วิธีการเขียนโปรแกรม ให้โค้ดออกมาสวยงาม
 
และเป็นระบบระเบียบมากยิ่งขึ ้นเว้นวรรคย่อหน้าให้ตรงกันมีการ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ขณะใช้งาน หรือภายหลังพร้ อมกับตัวช่วยในการพิมพ์คำสั่ง เรียกใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ
 
 
 
เหตุผลที่ใช้Visual Studio Code
1.สามารถสร้ างSetting เฉพาะส าหรับแต่ละภาษาได้
2.มีการทำงานกับMarkdown ที่ลื่นไหล
 
3.สามารถทำการDebug โดยไม่ต้องใช้configuration โดยในเวอร์ชันล่าสุด ผู้ใช้สามารถสั่ง Debug ไฟล์เดี่ยวได้ในทันที(แต่การ Debug แบบละเอียดยังคงต้องใช้ไฟล์launch.json )
 
4. ความสามารถอื่นๆ
- Interactive Playground สามารถลองใช้ ความสามารถใหม่ๆของVS Code ได้ในทันที
- Format on Paste สามารถคัดลอกโค้ดมาวาง โดยVS Code จะจัดระเบียบให้ในทันที
- TypeScript Code Lens สามารถดูReference ต่างๆในTypeScript ได้
 
- สามารถแสดงค่าตัวแปรแบบinline ได้
- รองรับการDebug Node.js ทำงานtest ด้วยMocha, Gulp task, และ Yeoman
- รองรับการสั่งCommand หลายตัวในTask เดียว
- Integrated Terminal ที่รองรับWindows ดีกว่าเดิม และทำงานไวขึ ้น
 
11
 
 
2.4.2 Balsamiq mockup
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Balsamiq Mockup เป็นเครื่องมือในการออกแบบInterface ที่เน้นความรวดเร็วเป็นหลัก โดยมี รูปแบบและInterface เตรียมไว้มากกว่า60 รูปแบบ และแยกเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจน เพื่อให้เข้าถึงได้ ง่าย โดยผู้จัดทำ
 
โดยทางผู้จัดทำได้นำโปรแกรมBalsamiq Mockup มาใช้งานโดยเป็นเครื่องมือในการออกแบบ Interface ของแอพพลิเคชั่น เพื่อเป็นแนวทางในการออกแบบระบบข้อมูล
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ข้อดีของBalsamiq คือ
 
1. สามารถบันทึกไฟล์เป็PNGน และ PDF เพื่อนำเสนอผลงานได้
2. มีรูปแบบและInterface ให้เลือกเป็ นจ านวนมาก
3. เป็นโปรแกรมที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย
 
4. สามารถในไฟล์ภาพจากภายนอกมาใช้งานในโปรแกรมBalsamiq  ได้
 
12
 
 
ข้อเสียของBalsamiq คือ
 
1. เนื่องจากเป็นโปรแกรมที่เน้นในเรื่องของความรวดเร็วในการออกแบบ แบบฟอร์มต่างๆ จึงไม่ เน้นในเรื่องของคุณภาพความสวยงาม
 
2. จาเป็นต้องติดตั้งโปรแกรมเท่านั้น ไม่สามารถใช้งานบนเว็บบราวเซอร์ได้
 
2.4.3 Firebase
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Firebase Realtime Database เป็นNoSQL cloud database ที่เก็บข้อมูลในรูปแบบของJSON
และมีการsync  ข้อมูลแบบrealtime  กับทุกdevices  ที่เชื่อมต่อแบบอัตโนมัติในเสี ้ยววินาที รองรับการ
 
ท างานเมื่อoffline(ข้ อมูลจะถูกเก็บไว้localใน จนกระทั่งกลับมาonline ก็จะทำการsync ข้ อมูลให้ อัตโนมัติ) รวมถึงมีSecurity Rules ให้เราสามารถออกแบบเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูลทัread้งการและ
 
write ได้ดังใจ ทัAndroid,้ง iOS และ Web
 
 
ในการพัฒนาFirebase Realtime Database ขอแยกออกเป็ น5 parts ดังนี ้
1. การ Set up Firebase และ Realtime Database SDK
2. การเขียนข้อมูล
3. การอ่านข้อมูล
4. การเปิดใช้งานโหม Offline
5. Security & Rules
 
13
 
 
ข้อก าหนดเบื ้องต้นของFirebase
 
- รองรับAndroid 2.3 (Gingerbread) เป็ นต้นไป
- รองรับdependency ของ Google Play Services 9.2.0 เป็ นต้นไป
 
- พัฒนาด้วยAndroid Studio ตั้งแต่เวอร์ชัน 1.5 เป็ นต้นไป
 
 
2.4.3 Adobe Illustrator cs6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Adobe Illustrator คือ โปรแกรมที่ใช้ในการวาดภาพโดยจะสร้ างภาพที่มีลักษณะเป็นลายเส้น (Vector Graphic) Illustrator จัดเป็นโปรแกรมระดับมืออาชีพที่ใช้กันเป็นโปรแกรมมาตรฐานในการ ออกแบบ สามารถทำงานออกแบบต่างๆ ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งพิมพ์ บรรจุภัณฑ์ เว็บ และ ภาพเคลื่อนไหวตลอดจนการสร้ างภาพเพื่อใช้เป็นภาพประกอบในการทำงานอื่นๆ เช่น การ์ตูน ภาพประกอบหนังสือ เป็นต้น
 
14
 
 
2.4.4 Adobe Photoshop cs6
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
โปรแกรม Photo shop เป็นโปรแกรมในตระกูลAdobe ที่ใช้ส าหรับตกแต่งภาพถ่ายและภาพกราฟ
 
ฟิ คได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านสิ่งพิมพ์ นิตยสาร และงานด้านมัลติมีเดีย อีกทั ้งยัง สามารถ retouching ตกแต่งภาพและการสร้ างภาพ ซึ่งก าลังเป็นที่นิยมสูงมากในขณะนี ้ เราสามารถใช้
 
โปรแกรม Photoshop ในการตกแต่งภาพ การใส่Effect ต่าง ๆให้กับภาพ และตัวหนังสือ การทำภาพขาว ด า การทำภาพถ่ายเป็นภาพเขียน การนำภาพมารวมกันRetouchการ ตกแต่งภาพต่าง
 
 
เราสามารถเรียนรู้ วิธีการใช้โปรแกรมAdobe Photoshop นี ้ได้ด้วยตัวเองคุณสามารถที่จะทำการ แก้ไขภาพ ตกแต่งภาพ ซ้อนภาพในรูปแบบต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และสิ่งที่ขาดไม่ไดการใส่ข้ก็คืออความ ประกอบลงในภาพด้วย และเนื่องด้วยAdobe Photoshop มีการพัฒนาโปรแกรมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ เราจ าเป็นต้องศึกษาคำสั่งต่างๆ ให้เข้าใจ แต่ที่สณเรียนรู้าคัญเมื่อคุการใช้คำสั่งในเวอร์ชัก่าคุณก็ยังคง สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเวอร์ชันใหม่ๆ
 
ความสามารถพืนฐานของ้ Adobe Photoshop
- ตกแต่งหรือแก้ไขรูปภาพ
 
- ตัดต่อภาพบางส่วน หรือที่เรียกว่าcropภาพ
 
- เปลี่ยนแปลงสีของภาพ จากสีหนึ่งเป็นอีกสีหนึ่งได้
 
- สามารถลากเส้น แบบฟรีสไตล์ หรือใส่รูปภาพ สี่เหลี่ยม วงกลม หรือสร้ างภาพได้อย่างอิสระ
 
- มีการแบ่งชั ้นของภาพเป็นLayer สามารถเคลื่อนย้ายภาพได้เป็นอิสระต่อกัน
 
- การทำcloning ภาพ หรือการทำภาพซ  ้าในรูปภาพเดียวกัน
 
- เพิ่มเติมข้อความeffectใส่ ของข้อความได้
 
- Brush หรือแปรงทาสี ที่สามารถเลือกรูปแบบส าเร็จรูปในการสร้ างภาพได้และอื่นๆ อีกมาก
 
ส่วนส าคัญหลัก
 
1. เมนูของโปรแกรมApplication menu หรือMenu bar ประกอบด้วย
 
15
 
 
1. File หมายถึง รวมคำสั่งที่ใช้จัดการกับไฟล์รูปภาพ เช่น สร้,เปิดางไฟล์ใหม่,ปิด,บันทึก ไฟล์, นำเข้าไฟล์,ส่งออกไฟล์ และอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับไฟล์
 
2. Edit หมายถึง รวมคำสั่งที่ใช้ส าหรับแก้ไขภาพ และปรับแต่งการทำงานของโปรแกรม เบื ้องต้น เช่น ก๊อปปี,วาง, ยกเลิกค้ าสั่ง,แก้ไขเครื่องมือ และอื่น ๆ
 
3. Image  หมายถึง รวมคำสั่งที่ใช้ปรับแต่งภาพ,แสงเช่น, ขนาดของภาพสี (image
size), ขนาดของเอกสาร (canvas), โหมดสีของภาพ, หมุนภาพ และอื่น ๆ
 
4. Layer หมายถึง รวมคำสั่งที่ใช้จัดการกับเลเยอร์ ทั ้งการสร้,แปลางเลเยอร์ และ การจัดการกับเลเยอร์ในด้านต่าง ๆ
 
5. select รวม คำสั่งเกี่ยวกับการเลือกวัตถุหรือพื ้นที่บนรูปภาพSelection)เพื่อน( าไปใช้ งานร่วมกับคำสั่งอื่น ๆ เช่นเพื่อเปลี่ยนสีเลือก,ลบหรือใช้เอฟเฟ็ กต์ต่าง ๆ กับรูปภาพ
 
6. Filter เป็นคำสั่งการเล่นEffects ต่างๆส าหรับรูปภาพและวัตถุ
 
7. View เป็นคำสั่งเกี่ยวกับมุมมองของภาพและวัตถุในลักษณะต่างๆ เช่น การขยายภาพ และย่อภาพให้ดูเล็ก
 
8. Windowเป็นส่วนคำสั่งในการเลือกใช้อุปกรณ์เสริมต่างๆที่จ าเป็นในการใช้สร้ าง
Effects ต่างๆ
 
9. Help เป็ นคำสั่งเพื่อแนะนำเกี่ยวกับการใช้ โปรแกรมฯและจะมีลายละเอียดของ โปรแกรมอยู่ในนั ้น
 
2. เมนูของพื ้นที่ท Panelางาน menu
 
Panel (พาเนล) เป็นวินโดว์ย่อย ๆ ที่ใช้เลือกรายละเอียด หรือคำสั่งควบคุมการท งางานต่าง ๆ ขอ โปรแกรม ใน Photoshop มีพาเนลอยู่เป็นจ านวนมาก เช่น พาเนลColor ใช้ส าหรับเลือกสี,พาเนล Layers
 
ใช้ส าหรับจัดการกับเลเยอร์ และพาเนลInfoใช้แสดงค่าสีตรงต าแหน่งที่ชี ้เมาส์ รวมถึงขนาด/ต าแหน่งของ พื ้นที่ที่เลือกไว้
 
3.พื ้นที่ทำงานStage หรือPanel เป็นพื ้นที่ว่างส าหรับแสดงงานที่ก าลังทำอยู่
 
4.เครื่องมือที่ใช้งานTools panel หรือTools box
 
Tool Panel (ทูลพาเนล) หรือ กล่องเครื่องมือ จะประกอบไปด้วยเครื่องมือต่าง ๆ ที่ใช้ในการวาด ตกแต่ง และแก้ไขภาพ เครื่องมือเหล่านี ้มีจ านวนมาก ดังนั ้นจึงมีการรวมเครื่องมือที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ กันไว้ ในปุ่ มเดียวกัน โดยจะมีลักษณะรูปสามเหลี่ยมอยู่บริเวณมุมด้านล่างดังภาพ2เพื่อบอกให้รู้ ว่าในปุ่ มนี ้ยังมี เครื่องมืออื่นอยู่ด้วย
 
5.สิ่งที่ควบคุมเครื่องมือที่ใช้งานToolscontrol menu หรือOption bar
 
- Option Bar (ออปชั่นบาร์) เป็วนส่ที่ใช้ปรับแต่งค่าการทำงานของเครื่องมือต่าง ๆ โดย รายละเอียดในออปชั่นบาร์จะเปลี่ยนไปตามเครื่องมือที่เราเลือกจากทูลบ็อกซ์ในขณะนั ้น เช่น เมื่อเราเล
 
16
 
 
เครื่องมือBrush (พู่กัน) บนออปชั่นบาร์จะปรากฏออปชั่นที่ใช้ในการก าหนดขนาด และลักษณะหัวแปรง, โหมดในการระบายความโปร่งใสของสี และอัตราการไหลของสี เป็นต้น
 
2.4.5 Ionic Flamework 2
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Ionic Framework 2 เป็นMobile Framework สมัยใหม่ที่ช่วยให้เราพัฒนาMobile App ได้อย่างรวดเร็ว และง่ายกว่าแนวคิดคือ การพัฒนาMobile App ให้เหมือนกับพัฒนาWeb App โดยที่นักพัฒนาแต่ละคน จะต้องมีความรู้นฐานพื้HTML, CSS และ JavaScript (JSES6) มาแล้วถึงจะสามารถเรียนรู้Ionic ได้อย่าง รวดเร็ว
 
เทคโนโลยีที่ใช้ในการพัฒนาIonic Flamework 2
 
- HTML : HTML5 คือ คือ ภาษามาร์กอัป ที่ใช้ส าหรับเขียนwebsiteซึ่งHTML5 นี ้เป็นภาษา ที่ถูกพัฒนาต่อมาจากภาษาHTML และพัฒนาขึ ้นมาโดยWHATWG (The Web Hypertext Application Technology Working Group) โดยได้มีการปรับเพิ่มFeature หลายๆอย่างเข้า มาเพื่อให้ผู้พัฒนาสามารถใช้งานได้ง่ายมากยิ่งขึ ้น
 
- CSS : CSS3 คือ สไตล์ชีท เป็นภาษาที่ใช้เป็นส่วนของการจัดรูปแบบการแสดงผลของ HTML พูดง่ายๆ คือทำให้การแสดงผลของHTML ให้สวยงามขึ ้นครับ
 
- JavaScript : AngularJs คือJavaScript Framework รูปแบบหนึ่งที่พัฒนามาจาก Google หน้าที่ของมันคือเป็นengine ที่ใช้ควบคุมในส่วนfront end ของเว็บได้เป็นอย่างดีมี การทำงานแบบModel View Controller (MVC)