ระบบการจัดการหอพัก

ID: R709

2,900 บาท

เหมาะสำหรับ: ทุกระดับชั้น

แพลตฟอร์ม: ระบบออนไลน์ / เว็บไซต์


ชิ้นงานออกแบบสำหรับระดับ ปวส เนื้อหาเข้าใจง่าย ระบบไม่มีความซับซ้อน
ขอบเขต
 
1 ผู้ดูแลระบบ (Administrator) ในที่นี้หมายถึงเจ้าของหอพัก
 
  1) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลห้องพัก เช่น จำนวนห้องพัก ราคาห้องพัก ลักษณะห้องพัก ประเภทห้องพัก อุปกรณ์ประจำห้องพัก
 
  2) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลผู้เช่า และค้นหา/ตรวจสอบ พร้อมแสดงและพิมพ์รายงานประวัติของผู้เช่า
 
  3) สามารถค้นหา/ตรวจสอบ พร้อมแสดงข้อมูลห้องพัก เช่น สถานะห้องพัก (ว่าง/ไม่ว่าง)
 
  4) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าเคเบิ้ลทีวี ค่าเก็บขยะ
 
  5) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกการจอง ค่ามัดจำ ของห้องพักได้
 
  6) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึก ข้อมูลค่าใช้จ่ายของหอพักได้
 
  7) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลการเช่า เช่น ผู้เช่า วัน/เวลาที่เช่า
 
  8) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลสัญญาเช่า
 
  9) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกการรับชำระเงินค่าประกันในการเช่าห้องพัก ค่าเช่าห้องพัก ค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน โดยระบบสามารถคำนวณค่าใช้จ่ายให้
 
 10) สามารถค้นหา/ตรวจสอบ พร้อมแสดงข้อมูลรายละเอียดการเช่า สัญญาเช่า ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐาน
 
 11) สามารถพิมพ์สัญญาเช่า ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงินได้
 
 12) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลการคืนห้องพัก และค้นหา/ตรวจสอบ พร้อมแสดงรายละเอียดการคืนห้องพัก
 
 13) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลการย้ายห้องพัก และค้นหา/ตรวจสอบ พร้อมแสดงรายละเอียดการย้ายห้องพัก
 
 14) สามารถเพิ่ม ลบ แก้ไข บันทึกข้อมูลค่าปรับที่เกิดจากการทำอุปกรณ์ในห้องพักชำรุด พร้อมออกใบแจ้งหนี้
 
 15) กำหนดสิทธิการใช้งานให้ผู้เช่าได้ โดยกำหนดชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password)
 
 16) สามารถออกรายงานสรุปยอดค้างชำระประจำเดือน จำแนกตามห้องพัก/ผู้เช่าได้
 
 17)สามารถออกรายงานสรุปรายรับประจำเดือน ประจำปีได้ จำแนกตามค่าเช่าค่าปรับ และค่าใช้จ่ายพื้นฐาน
 
 18) สามารถออกรายงานสรุปสถานะห้องพัก
 
 19) สามารถรับแจ้งต่อสัญญา / คืนห้องพักได้
 
 20) สามารถออกรายงานสรุปค่าใช้จ่ายในการคืนเงินประกันของห้องพักได้
 
2 ผู้ใช้งาน (User) ในที่นี้หมายถึง ผู้เช่าห้องพัก
 
 1) สามารถเข้าใช้ระบบได้ตามชื่อผู้ใช้ (username) และรหัสผ่าน (password) ที่หอพักกำหนดให้
 
 2) สามารถค้นหา พร้อมแสดงประวัติของตนเองได้
 
 3) สามารถค้นหา พร้อมแสดงสถานะห้องพักที่ว่างได้
 
 4) สามารถค้นหา พร้อมแสดงรายละเอียดการเช่า สัญญาเช่า ค่าเช่าและค่าใช้จ่ายขั้นพื้นฐานได้
 
 5) สามารถตรวจสอบข้อมูลค่าเช่าหรือยอดค้างชำระทั้งหมดได้
 
 6) สามารถแจ้งต่อสัญญา / คืนห้องพักได้
 
ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการพัฒนาระบบ 
  Microsoft SQL Server
  Microsoft Visual Basic 

ตัวอย่างเนื้อหาบางส่วนของไฟล์เอกสาร ดังนี้ 
บทที่ 2

ระบบการจัดการหอพัก

 

2.1 ระบบงานที่ทำอยู่ในปัจจุบัน

เนื่องจากธุรกิจหอพักส่วนใหญ่เป็นหอพักขนาดเล็ก จึงไม่ได้นำระบบคอมพิวเตอร์มาใช้งานแต่ใช้การเก็บข้อมูลแบบเป็นแบบเอกสารแทน ซึ่งการเก็บข้อมูลที่เป็นแบบเอกสารนี้  ข้อมูลอาจสูญหาย หรือเกิดความเสียหายแก่ข้อมูลได้ ในส่วนของการเช่าห้องพัก ผู้เช่าจะต้องทำสัญญาเช่าระหว่างผู้เช่ากับผู้ให้เช่า ซึ่งจะมีข้อตกลงในการขอเช่าห้องพักตามรายละเอียดของสัญญาเช่า นอกจากนี้ยังมีการเรียกเก็บเงินค่ามัดจำล่วงหน้าเป็นเวลา 1 เดือนและเงินค่าประกันภัย 2,000 บาท ผู้เช่าจึงจะสามารถเข้าพักได้ทันทีที่ทำสัญญาและชำระเงินดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว

ในส่วนของหอพักนั้นจะเปิดให้บริการในรูปแบบเดียว คือ แบบรายเดือน เมื่อลูกค้า/ผู้เช่าต้องการที่จะเช่าหอพัก ก็ต้องเข้ามาติดต่อกับเจ้าของหอพัก/ผู้ให้เช่า เพื่อทำสัญญากับเจ้าของหอพัก/ ผู้ให้เช่า ต้องจ่ายเงินค่ามัดจำในกรณีที่ต้องการจองห้องพักไว้ก่อน หรือจ่ายค่ามัดจำล่วงหน้า 1 เดือนและค่าประกันภัยอีก 2,000 บาท หลังจากนั้นจะเป็นการเซ็นสัญญา เพื่อกระทำข้อตกลงร่วมกันในการเช่าหอพัก หลังจากนั้นเจ้าของหอพัก/ผู้ให้เช่าจะเก็บข้อมูลพร้อมหลักฐานการทำสัญญาเช่า สำเนาบัตรประชาชน ในรูปแบบที่เป็นเอกสารแบบกระดาษ ทำให้เกิดการสูญหายหรือเกิดความเสียหายกับข้อมูลได้ง่าย รวมถึงการคิดคำนวณค่าเช่าห้อง  ค่าน้ำ  ค่าไฟฟ้า ค่ากำจัดขยะ ก็ยังใช้เครื่องคิดเลขในการคิดคำนวณ ก่อให้เกิดการผิดพลาดในการคำนวณได้ หรืออาจลืมเก็บข้อมูล เก็บสำเนาเอกสาร เพราะผู้เช่าไม่ได้นำเอกสารติดมา ทำให้เกิดความผิดพลาดได้บ่อยครั้ง ลืมทวงเอกสารที่ผู้เช่าไม่ได้ให้ไว้เป็นหลักฐาน และเมื่อต้องการออกใบเสร็จรับเงินก็ไม่สามารถพิมพ์ข้อมูลผ่านทางเครื่องพิมพ์ได้ จึงทำให้เกิดความล่าช้ามากในการคิดคำนวณและออกใบเสร็จรับเงินให้กับผู้เช่า

ในการแสดงข้อมูลของผู้เช่า มีการเก็บข้อมูลเพียงแต่สัญญาเช่ากับสำเนาบัตรประชาชนเท่านั้น  ไม่มีการเก็บข้อมูลของระยะเวลาการเช่าห้องพักข้อมูลของผู้เช่า และไม่มีการบันทึกข้อมูลการจ่ายเงินย้อนหลัง ทำให้เมื่อผู้เช่าที่มีความประสงค์จะขอดูข้อมูลการเช่าของตนเอง ก็ไม่สามารถทำได้เนื่องการไม่มีการบันทึกข้อมูลใดๆของผู้เช่า

 

 

 

2.2  ปัญหาที่เกิดขึ้นในระบบงาน

2.2.1                ในด้านการเก็บข้อมูล ไม่มีการนำระบบฐานข้อมูลมาใช้งาน ทำให้การค้นหาข้อมูลต่างๆ ทำได้ล่าช้า และมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดได้มากกว่า เนื่องจากการเก็บข้อมูลแบบเป็นเอกสารทำให้ค้นหาข้อมูลได้ยากและใช้เวลานาน ข้อมูลเกิดการสูญหายได้ง่ายและเกิดความผิดพลาดสูง

2.2.2                ในด้านเทคโนโลยี  ไม่มีการนำระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาจัดการกับข้อมูล  การคำนวณ ทำให้การเก็บข้อมูลกระจาย และสูญหายได้ง่าย

2.2.3                ในด้านการคำนวณ  เนื่องจากการใช้เครื่องคิดเลขแบบเก่า ทำให้การคำนวณเกิดความผิดพลาดได้ง่าย เนื่องการการป้อนข้อมูลหลายค่า หลายครั้ง

2.2.4                ในด้านของผู้เช่า ผู้เช่าไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลการเช่าได้ด้วยตนเอง  เช่น ระยะเวลาการเช่าห้อง อัตราการคิดค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่ากำจัดขยะ

                                                        

2.3 ทฤษฎีและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง

ในการศึกษาการทำโครงงานเรื่องระบบการจัดการหอพัก ผู้จัดทำได้ทำการศึกษาเนื้อหา ข้อมูล และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับระบบ ดังนี้

2.3.1                ข้อมูลของหอพัก

1)  ความหมายของหอพัก

หอพักหมายถึง สถานที่จัดตั้งขึ้นเพื่อรับผู้พักตามพระราชบัญญัติหอพัก พ.ศ. 2507 ซึ่งได้แก่ หอพักเอกชนที่รับนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา เข้าพักตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป และนักเรียน นิสิต นักศึกษาในที่นี้  หมายความรวมถึงนักเรียน นิสิต หรือนักศึกษา ในโรงเรียนเอกชนที่สอนวิชาเสริมสวย วิชาช่างกล วิชาตัดเย็บเสื้อผ้าหรือวิชาชีพอย่างอื่นซึ่งได้รับอนุญาตจัดตั้งตามพระราชบัญญัติโรงเรียนราษฎร์ พ.ศ. 2525 ด้วย อย่างไรก็ดี หอพักที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหอพักดังกล่าวข้างต้นนี้ นอกจากจะรับนักเรียน นิสิต นักศึกษาเข้าพักแล้ว ยังอาจมีบุคคลในอาชีพอื่นเข้าพักอยู่ด้วยก็ได้(ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2555] )

2)  ประเภทของหอพัก

2.1)  คอนโดมิเนียม (Condominium) หมายถึง อาคารที่บุคคลสามารถแบ่งถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นส่วนๆ  โดยแต่ละส่วนประกอบด้วยกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนบุคคลและกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินส่วนกลาง หมายถึง ผู้ที่เป็นเจ้าของที่สร้างคอนโดนั้นๆ ขึ้นมา แล้วทำการปล่อยให้ผู้ซื้อได้มาทำการซื้อห้องพักภายในคอนโดนั้นๆ ผู้ที่ทำการซื้อห้องพักภายในคอนโดนั้นๆ ไปสามารถมีสิทธิ์ครอบครองส่วนบุคคลได้อย่างเต็มที่  ลักษณะของคอนโดส่วนใหญ่ตัวอาคารจะเป็นตึกใช้วัสดุทนไฟ โดยอาจมีหรือไม่มีห้องน้ำในตัวก็ได้  อาจเรียกชื่ออื่นๆ ได้ เช่น บ้านลอยฟ้า ห้องชุด บ้านบนตึกสูง เป็นต้น (ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2555] )

2.2) อพาร์ทเม้นท์ หรือ แฟลต (Flat) หมายถึง อาคารพักอาศัยเพื่อเช่า ซึ่งจะเป็นที่พักอาศัยหรืออาคารพักอาศัยที่ผู้อยู่อาศัยมีสิทธิ์แค่เพียงเช่าพักเท่านั้น โดยกรรมสิทธิ์ทั้งผืนดินและทั้งอาคารนั้นยังเป็นของเจ้าของอพาร์ทเม้นท์ หรือแฟลต (Flat) เพียงคนเดียว และทุกคนที่อาศัยอยู่ในอาคารนั้นต้องปฏิบัติตามในกฎระเบียบที่อพาร์ทเมนท์กำหนดไว้ อพาร์ทเม้นท์หรือแฟลต(Flat) ในบางแห่งจะกำหนดระยะเวลาการเข้าพักที่แน่นอน  ลักษณะของอพาร์ทเม้นท์หรือแฟลต(Flat) จะเป็นตึกสูงไม่เกิน 5 ชั้น ซึ่งแบ่งเป็นห้องอยู่อาศัยจำนวนหลายห้องแล้วแต่ขนาด อาศัยอยู่กันหลายครอบครัว มีทางเข้าออก ทางขึ้น-ลง ทางเดินและส่วนอื่นๆ ร่วมกัน

(ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2555] )

2.3) หอพัก มีการเรียกเก็บค่าตอบแทนจากผู้ขอพัก และไม่ใช่หอพักที่ดำเนินการโดยสถานศึกษา ส่วนมากหอพักจะมีขนาดเล็กและราคาค่าเช่าถูกกว่าอพาร์ทเม้น (ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2555] )

2.4) โรงแรม หมายถึง สถานที่ประกอบการเชิงการค้าที่นักธุรกิจตั้งขึ้น เพื่อให้บริการผู้เดินทางในด้านของที่พักอาศัย อาหาร และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพักอาศัยและเดินทาง หรืออาคารที่มีห้องนอนหลายห้อง ติดต่อเรียงรายกันในอาคารหนึ่งหลังหรือหลายหลัง ซึ่งมีบริการต่าง ๆ เพื่อความสะดวกของผู้ที่มาพักอาศัย ในลักษณะของการพักผ่อนหรืออยู่ชั่วคราว โดยส่วนมากจะมีระยะเวลาที่ชัดเจนและไม่ยาวนานนัก

 (ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2555] )

2.3.2  อีเทอร์เน็ต (Ethernet)

อีเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่พัฒนามาจากโครงสร้างการเชื่อมต่อแบบสายสัญญาณร่วม ที่เรียกว่า บัส (Bus) โดยใช้สายสัญญาณแบบแกนร่วม คือ สายโคแอกเชียล (Coaxial Cable) เป็นตัวเชื่อม สำหรับระบบบัสเป็นระบบเทคโนโลยีที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเชื่อมโยงเข้ากับสายสัญญาณเส้นเดียวกัน คือ เมื่อมีผู้ต้องการส่งข้อมูล ก็ส่งข้อมูลได้เลย แต่เนื่องจากไม่มีวิธีการค้นหาเส้นทางที่ส่งว่างหรือเปล่า จึงไม่ทราบว่ามีอุปกรณ์ใดหรือคอมพิวเตอร์ เครื่องใดที่ส่งข้อมูลมาในช่วงเวลาเดียวกัน จะทำให้เกิดการชนกันขึ้น และเกิดการสูญหายของข้อมูล ผู้ส่งต้องส่งข้อมูลไปยังปลายทางอีกครั้งหนึ่ง ทำให้เสียเวลามาก จึงมีการพัฒนาระบบการรับส่งข้อมูลผ่านอุปกรณ์กลางที่เรียกว่า ฮับ (Hub) และเรียกระบบใหม่นี้ว่า เทนเบสที (10 base t) โดยใช้สายสัญญาณที่มีขนาดเล็กลงและราคาถูกซึ่งเรียกว่า สายคู่บิตเกลียวชนิดไม่หุ้มฉนวน (Unshielded twisted pair : UTP) (ที่มา : http://hongsabye.wordpress.com [วันที่17